calendar

วันที่ 6
วันที่ 5
วันที่ 4
วันที่ 2
วันที่ 1
ปะป๋าไปอบรม
บ่นไปเรื่อยตามประสาแม่ขี้บ่น
เรื่อยเปื่อย
เหนื่อย...เครียด...
ตัวนำโชค
เบื่อ ๆ อยาก ๆ
ต้นคูนลูกพ่อ
ขึ้นโต๊ะ
หลายเรื่อง
สู้เพื่อแม่....ก้าวร้าว
จักรยานคันใหม่
โทรศัพท์เสีย ... มือถือล่ม
ไปตัดผมกัน
หนีลูกไปดูโจรสลัด..รถพัง
เรื่องยาวๆๆๆๆ
เมาชาเขียว
ดื้อ
ตัวรุม ๆ
หัวเจาะ
ปะป๋า...
ต้มข่าไก่...สามแผ่นร้อย
แมะ แมะ แมะ...
มะม่วงเบา..เกี้ยมอี๋น้ำ
แม่ครัวมือใหม่
ไข่น้ำ...ต้มส้มปลาทู..อร่อย
no title
ไปนอนหาดใหญ่
โดนซ้อม
ผมโตแล้วครับ
ติดพ่อ ติดแม่
บททดสอบความเป็นพ่อแม่
ขอบคุณทุก ๆ ความห่วงใย กำลังใจ สิ่งดี ๆ และรอยยิ้มค่ะ
เงินแค่ 10 บาทก็ซื้อปาฏิหารย์ได้
ปล่อยให้หิวซะให้เข็ดเจ้าตัวแสบเอ๋ย
น้องช่อ
เด็กชายเมืองปาย
หมูปาล์ม



เรื่องยาวๆๆๆๆ

ก่อนจะเริ่มบันทึกเรื่องราวของต้นคูน
ขอบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นนี้ก่อน
เวลาประมาณ สี่โมงสี่สิบห้านาที
ปะป๋ากับแม่กำลังขับรถออกจากเมืองเพื่อกลับบ้าน
แล้วก็มีโทรศัพท์จากป้าหมูโทรมาถามปะป๋าว่า
รู้จักคนชื่อนี้ไหม ปะป๋าบอกว่ามีครับ
เป็นครูที่วิทยาลัยเดียวกัน
ป้าหมูบอกว่าตอนนี้ครูคนนี้ถูกยิง
อาการสาหัส ทหารนำตัวมาส่งที่ รพ.
ถูกยิงบริเวณสามแยกดอนรัก
เมื่อกี้นี้เอง อาการน่าเป็นห่วงมาก
ปะป๋าโทรไปถามเจ้าหน้าที่ที่วิทยาลัยให้แน่ใจ
ว่ามีครูคนนี้จริง ๆ แล้วก็แจ้งข่าวให้วิทยาลัยทราบ
ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไง แต่ได้ข่าวว่าส่งไป รพ.ศูนย์ยะลาแล้ว
อาการสาหัส  ปะป๋าบอกว่า
เป็นครูอัตราจ้างเหมือนกัน
สิทธิต่าง ๆ คงไม่เท่ากับข้าราชการ
แล้วเราก็ขับรถผ่านจุดเกิดเหตุ
สามแยกดอนรักเป็นบริเวณแยกที่จะไปนราธิวาส
แล้วก็แยกไปทาง อ.หนองจิก เพื่อไปทางยะลา และหาดใหญ่
ซึ่งตอนเย็น ๆ คนเลิกงาน แล้วก็ต้องผ่านจุดนี้
แม่กับปะป๋าก็ต้องผ่านแยกนี้ทุกวันทั้งเช้าและเย็น
ตอนที่เราขับรถผ่านเมื่อเย็น ทหารตำรวจกั้นถนนอยู่
แม่เห็นหมวกกันน็อคตกอยู่ข้างทาง
ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ตกไปข้างถนน
ปะป๋าขับรถด้วยความเร็วประมาณ 120 กม./ชม.
เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหรือไม่
ได้แต่ขับให้ถึงบ้านเร็วที่สุด
ไม่รู้จะบอกยังไงดี....


ต่อไปก็เป็นเรื่องราวของชีวิตที่ยังคงดำเนินต่อไป
ตราบใดที่ลมหายใจยังมีอยู่
ปังคุงประจำบ้านเรานั่นเอง

เมื่อเช้ามีเรื่องให้แม่เสียอารมณ์อีกแล้ว
ปกติถ้าอะไรที่ไม่ต้องการให้ต้นคูนเล่น
แม่ก็จะไม่ให้ตั้งแต่แรก
เพราะถ้าให้ไปแล้ว ตอนจะเอาคืน
ต้นคูนจะต้องไม่ยอม และร้องโวยวาย

แต่เมื่อเช้าตอนย่านั่งกินไมโลอยู่
ต้นคูนเดินไปเล่นแล้วก็จะเอาแก้วไมโล
แล้วย่าก็ให้แก้วไมโลที่ยังกินไม่หมดแก่ต้นคูน
ซักพักต้นคูนก็เดินถือแก้วไมโลแบบเอียง ๆ
น้ำก็จะหกมิหกเหล่ เดินไปหน้าบ้าน
ไมโลหกเป็นทาง ย่าถือผ้าผืนเล็กเดินเช็ดตาม
แม่บอกว่าอย่าให้แก้วกับต้นคูน
เพราะเวลาจะเอาคืน ต้นคูนจะร้อง
แต่ย่าบอกว่าถ้าไม่ให้ก็จะร้อง แล้วก็งอแง
ย่าไม่อยากให้ต้นคูนอารมณ์ไม่ดีแต่เช้า


แม่คุยกับปะป๋าว่าการที่เราจะไม่ให้ลูกร้อง
ไม่ใช่ว่าเราต้องตามใจลูกทุกอย่าง
อะไรที่เราไม่อยากให้เขาเล่น
และรู้ว่าลูกต้องเล่นแน่ ๆ ถ้าเห็น
ก็เก็บซะ หรือไม่ก็ไม่ให้ แล้วก็อธิบายให้ฟัง
ปะป๋าบอกว่าเข้าใจ เข้าใจทุกอย่างเลย
แต่........


บางครั้งแม่คิดว่าการที่พูดอะไรยาก ๆ
หรืออธิบายเหตุผลที่ซับซ้อน
อาจจะทำให้ต้นคูนไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง
แต่เป็นการเข้าใจผิด และเป็นการดูถูกความคิดเด็กอย่างมาก
และการพิสูจน์ทฤษฏีนี้ก็เกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ

ตอนเย็นพ่อกับแม่ตั้งใจจะพาต้นคูน
ออกไปขี่มอเตอร์โชค์ แล้วก็แวะไปซื้อยาคูลท์ที่ร้านขายของ
ต้นคูนพูด "แจ แจ" หมายถึงกุญแจรถ
ตอนปะป๋าถอยรถออกมาจากโรงรถ
ปะป๋าบอกว่าต้นคูนไปยืนรอที่ประตูกับแม่นะ
ตอนแรกแม่นึกว่าต้นคูนจะไม่มาซะแล้ว
แต่แล้วต้นคูนก็เดินหน้าตั้งมาที่ประตูรั้ว

ปะป๋ากำลังจะสตาร์ทรถแล้วก็พบว่า
ยางหน้าแบน เพราะถูกตะปู
แล้วร้านซ่อมรถก็ปิดหมดแล้วด้วย
แม่อุ้มต้นคูนมาดู แล้วก็เริ่มพูด
ว่ารถมันเสียลูก ยางมันแบน ไปไม่ได้แล้ว
ปะป๋าก็จับต้นคูนยืนข้างล้อรถ แล้วก็เอามือบีบยางรถ
ให้ต้นคูนดูว่ามันแบน แล้วก็อธิบายว่าไปไม่ได้แล้ว
ตอนแรกแม่นึกว่าเป็นเรื่องแน่ งานนี้


ต้นคูนปีนขึ้นไปยืนตรงที่วางเท้า
แล้วก็ชะโงกหน้าดูหน้าปัดรถ
เอามือลูบ ๆ แล้วก็รพูด อือ ๆ
แม่บอกว่าต้นคูน รถมันเสียลูก
ยางแบน ร้านก็ปิดแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเอารถไปซ่อม
แล้วค่อยให้ปะป๋าพาขี่รถเล่นนะลูก
ปากพูดไปในใจก็หวั่นว่าร้องแน่งานนี้


ต้นคูนทำท่าปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะ
ปะป๋าก็จับขึ้นไปนั่ง แล้วต้นคูนก็จับแฮนด์หมุนไป หมุนมา
แม่ก็พูดเหมือนเดิม แล้วก็ชวนต้นคูนเดิน
บอกว่าไปซื้อยาคูลท์ร้านป้าศรีกันนะ
เดี๋ยวแม่อุ้มไป แล้วพรุ่งนี้เราค่อยขี่นะ
แม่เอื้อมมือไปอุ้มต้นคูน แล้วลูกก็ยอมให้แม่อุ้ม
โดยไม่มีการร้องงอแง โวยวายเหมือนทุกครั้ง
พอเดินไปซักพัก ต้นคูนก็หันมาบ๊ายบายรถด้วย
เก่งมาก ๆ เลยนะครับ
แม่ไม่คิดว่าลูกจะเข้าใจนะเนี่ย
เพราะฉะนั้น เราไม่ควรดูถูกความสามารถของเด็ก ๆ

เรื่องยาวๆๆๆๆ

วันนี้ต้นคูนน่ารักมาก
กินข้าวเยอะเลย ย่าบอกว่าเดี๋ยวนี้มีการขอเติม
ต้นคูนจะพูดว่า "อีก ๆ" แปลว่าเอาอีก
ตอนกลางวันก็หม่ำข้าวเหนียวหมดห่อ
เมื่อเย็นก็กินยาคูลท์ไปสองขวด
กลับมาหม่ำข้าวกับหมูปิ้งไปอีก
เก่งมาก ๆ เลยครับ
แม่รู้สึกว่าช่วงนี้ต้นคูนตัวยาว ๆ ขึ้นนะ
สงกะสัยจะเป็นช่วงยืดตัวหรือเปล่านะ


วันนี้แม่อ่านเว็บของไทยรัฐ
เห็นข่าวเล็ก ๆ ก็รีบคลิกเข้าไปอ่าน
เขาบอกว่าการที่ให้เด็กดูทีวีจะทำให้พัฒนาการในการพูดช้า
เด็กวัยแรกเกิดถึงสามขวบ ไม่ควรให้ดูทีวีเลย
ถ้าให้ดูก็ไม่ควรเปิดเสียง
ให้เด็กพยายามอ่านปาก หรือให้พ่อกับแม่พูดให้ฟัง
เพราะจะทำให้เด็กขาดจิตนาการ
แล้วก็พูดได้ช้า เพราะว่าทีวีเขาพูดให้ฟังหมดแล้ว
อ่านแล้วนึกขึ้นได้ว่าเหมือนที่
คุณหมอที่ รพ.กรุงเทพหาดใหญ่
ที่แม่เคยพาต้นคูนไปหาตอนต้นคุนไม่กินข้าว
หมอก็พูดแบบนี้เหมือนกันว่าไม่ควรให้เด็กดูทีวีเลย
ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน หรือวีซีดีเพลงต่าง ๆ
ควรจะเป็นวิทยู ฟังเพลงจะดีกว่า

ว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าพี่สาวของปะป๋า หรือป้าของต้นคูน
ชื่อว่าป้าหนอนมีครอบครัวอยู่ที่เยอรมัน
เคยเล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนที่เรายังไม่มีลูก
ว่าที่โน่นเขาจะไม่ให้เด็กดูทีวีเลย
จะให้อ่านนิทานให้ฟังเท่านั้น
แล้วป้าก็ใช้วิธีนี้กับลูก ๆ ทั้งสองคน
พี่หนอนบอกว่าตั้งแต่เล็ก ๆ
พี่จะอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง
ทุกคืนก่อนนอน แล้วปรากฏว่า
พอเขาโตขึ้นเขาก็จะชอบหนังสือ
ตอนนี้ลูก ๆ พี่หนอนแก่กว่าต้นคูนสองสามปี
คนโตกำลังจะเข้าโรงเรียน
ส่วนคนเล็กน่าจะเข้าศูนย์รับเลี้ยงเด็กแล้วนะ
ไม่แน่ใจว่าเขาเรียกอะไรเหมือนกัน
เมื่อปีก่อนพี่หนอนพาเด็ก ๆ มาเที่ยว
แล้วทุกครั้งที่สองพี่น้องงอแง
พี่หนอนก็จะใช้วิธีเรียกให้มาฟังนิทาน
ทั้งสองคนนั่งฟังกันนิ่ง แล้วก็คอยซักถาม
ตั้งใจฟัง ดูแล้วมีสมาธิมาก ๆ


ปล. ตอนนี้ฟ้าผ่าแรงมาก ๆ
คงต้องจบการท่องเว็บของวันนี้ไว้ก่อน
กลัวฟ้าผ่าจังวุ้ย

     Share

<< เมาชาเขียวหนีลูกไปดูโจรสลัด..รถพัง >>

Posted on Fri 25 May 2007 20:03
 

Comments

In awe of that anewrs! Really cool!
Moreno   
Sun 21 Jul 2013 23:31 [1]
 

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh